การดูแลความผิดปกติทางสายตา (Visual dysfunction) ในผู้ป่วยพาร์กินสัน

วันที่ 29 มกราคม 2564

สำหรับสัปดาห์นี้เรามารู้จักแนวทางการดูแลความผิดปกติทางสายตา (Visual dysfunction) ในผู้ป่วยพาร์กินสันกันค่ะ

พยาธิสภาพของโรคพาร์กินสันนั้นมีความเกี่ยวข้องกับระบบสายตา (Visual system) ในทุกระดับ ตั้งแต่การกลอกศีรษะและการกลอกลูกตาไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม 
การรับแสงจากจอประสาทตา การแปลภาพทั้งในระดับจอประสาทตา (Retina) และ ระดับ Higher brain regions
จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยพาร์กินสันพบปัญหาความผิดปกติในการมองเห็น (Visual impairment) มากกว่าคนปกติถึง 2.67 เท่า
ในปัจจุบัน ความผิดปกติทางสายตาจัดเป็น Non-motor feature ที่สำคัญอย่างหนึ่งในผู้ป่วยพาร์กินสัน

    ความผิดปกติทางสายตาในผู้ป่วยพาร์กินสัน ได้แก่
1. ความผิดปกติของเปลือกตาและโรคของผิวหน้าลูกตา (Ocular surface)
· ภาวะตาแห้ง (Dry eye) เป็นผลจากหอัตราการกะพริบตาที่ลดลง (Decrease in blink rate) ซึ่งมีรายงานว่าพบได้ในผู้ป่วยพาร์กินสันถึงร้อยละ 53-87
· ภาวะเปลือกตาอักเสบ (Blepharitis)
· ภาวะต่อมไขมันเปลือกตาทำงานผิดปกติ (Lacrimal and Meibomian gland dysfunction
สำหรับภาวะที่พบไม่บ่อยนักในผู้ป่วยพาร์กินสัน ได้แก่ Apraxia of eyelid opening และBlepharospasm ซึ่งมักพบในโรคก้านสมองเสื่อม 
(Progressive supranuclear palsy; PSP) อันเป็นหนึ่งในโรคพาร์กินสันเทียมนั่นเอง

2. การมองเห็นภาพซ้อน (Diplopia)
การมองเห็นภาพซ้อนพบในผู้ป่วยพาร์กินสันถึงร้อยละ 10-30 และพบได้บ่อยขึ้นตามการดำเนินโรคที่แย่ลง สาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการมีกล้ามเนื้อตาล้าหรืออ่อนกำลังทำให้ตาเบนเข้าไม่พอ (Convergence insufficiency)
มีรายงานพบว่าการปรับยา Dopaminergic medication เช่น Levodopa สามารถทำให้อาการภาพซ้อนดีขึ้นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการภาพซ้อนสัมพันธ์กับอาการ Wearing off

3. ความผิดปกติของจอประสาทตาและเส้นประสาทตา (Retinal and optic nerve abnormalities)
มีการศึกษาพบว่าในผู้ป่วยพาร์กินสันพบภาวะจอประสาทตาบาง (Retinal thinning) ได้บ่อยกว่าผู้สูงอายุทั่วไป และยังพบการเกิดพยาธิสภาพที่คล้ายคลึงกับต้อหิน (Glaucoma-like changes)
ได้อีกด้วย จึงทำให้ผู้ป่วยมีการลดลงของระดับสายตา (Visual acuity) ลานสายตาผิดปกติ (Visual field defect)
รวมถึงมีการมองเห็นภาพสีผิดปกติ (Color vision impairment)

4. อาการประสาทหลอน (Hallucination) ซึ่งมักพบร่วมกับการแปลภาพผิด (Illusion)

ในผู้ป่วยพาร์กินสันนั้นแนะนำให้ตรวจตากับจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และมีแนวทางการดูแลความผิดปกติทางสายตา สรุปดังรูปต่อไปนี้ค่ะ

เรียบเรียงโดย พญ.สุพพตา เมธารักษ์ชีพ
แพทย์ประจำบ้านต่อยอดปีที่ 1
ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสัน
และความเคลื่อนไหวผิดปกติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

เอกสารอ้างอิง
- Savitt J, Aouchiche R. Management of Visual Dysfunction in Patients with Parkinson's Disease. Journal of Parkinson's Disease. 2020 ;10(s1):S49-S56.
- Savitt J, Mathews M. Treatment of Visual Disorders in Parkinson Disease. Curr Treat Options Neurol. 2018 Jun 23;20(8):30.
- Hamedani, A.G., Abraham, D.S., Maguire, M.G. and Willis, A.W. (2020), Visual Impairment Is More Common in Parkinson’s Disease and Is a Risk Factor
for Poor Health Outcomes. Mov Disord, 35: 1542-1549.

< ย้อนกลับ

ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันฯ

ตึก สธ หรือผู้สูงวัย ชั้น 7 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ถนน พระรามที่ 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์โทรศัพท์ : 02 256 4000 ต่อ 70702-3 / 081 107 9999
โทรสาร : 02 256 4000 ต่อ 70704
โทรศัพท์เคลื่อนที่ : 081-107-9999

Facebook

Youtube

รับข้อมูลข่าวสารกิจกรรมจากทางศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสัน