โรคพาร์กินสัน / ตอนที่ 4 การใช้ยาเลโวโดปา/คาร์บิโดปา ผ่านทางลำใส้ (levodopa-carbidopa intestinal gel)

วันที่ 20 มีนาคม 2561

ยาลีโวโดปาเป็นยาที่ให้ผลในการรักษาโรคพาร์กินสันได้ดีมากและถือเป็นยาหลักในการรักษาโรคพาร์กินสัน อย่างไรก็ตามภายหลังจากการใช้ยาลีโวโดปาในรูปแบบยารับประทานเป็นระยะเวลานานจะพบว่ามีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งมีอาการตอบสนองต่อยาไม่สม่ำเสมอ จึงได้มีการพัฒนายาลีโวโดปาให้อยู่ในรูปแบบที่ให้ต่อเนื่องทางลำไส้ ซึ่งพบว่าให้ผลการรักษาอาการในโรคพาร์กินสันได้ดี    จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่ใช้ยาลีโวโดปาแบบต่อเนื่องทางลำไส้ มีช่วงที่ตอบสนองต่อยาดีมากกว่าการใช้ยาเลโวโดปาแบบรับประทาน

 

ขนาด รูปแบบ และวิธีการบริหารยา

ยาเลโวโดปา/คาร์บิโดปา ผ่านทางลำใส้ จะเป็นลักษณะเจล ที่ต้องให้ผ่านสายอาหารทางหน้าท้อง (percutaneous endoscopic gastrostomy jejunal tube หรือ PEG-J tube)  ร่วมกับใช้เครื่องควบคุมการให้ยาอัตโนมัติ โดยเจล 1 ตลับมีขนาดความจุ 100 มิลลิลิตร ประกอบด้วย

ยาลีโวโดปา (levodopa) 2000 มิลลิกรัม และ ยาคาร์บิโดปา (carbidopa) 500 มิลลิกรัม

โดยปริมาณยาที่ใช้ และระยะเวลาในการใช้ยาในแต่ละวันจะเป็นการตกลงร่วมกันระหว่างแพทย์และผู้ป่วยโดยพิจารณาจากอาการและอาการแสดงของผู้ป่วยเป็นหลัก

 

                                                                                         

ผลข้างเคียงของยาเลโวโดปา/คาร์บิโดปา ผ่านทางลำใส้ ที่พบได้      

1.  อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง หรือ การอุดตันของสาย PEG เป็นต้น

2. ภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดใส่อุปกรณ์  PEG-J tube เช่น การติดเชื้อของแผลหลังการผ่าตัด หรือ อาการผิวหนังอักเสบที่ตำแหน่งผ่าตัด

3. อาการความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าทาง หรืออาการมึนศีรษะวิงเวียนเมื่อผู้ป่วยลุกเปลี่ยนท่า

4. อาการสับสน เห็นภาพหลอน

< ย้อนกลับ

ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันฯ

ตึก สธ หรือผู้สูงวัย ชั้น 7 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ถนน พระรามที่ 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10333
เบอร์โทรศัพท์ : 02 256 4000 ต่อ 70702-3 / 081 107 9999
โทรสาร : 02 256 4000 ต่อ 70704
โทรศัพท์เคลื่อนที่ : 081-107-9999

Facebook

Youtube

รับข้อมูลข่าวสารกิจกรรมจากทางศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสัน